นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับการใช้กล้องวงจรปิด

Last updated: 30 พ.ย. 2565  |  82 จำนวนผู้เข้าชม  | 

นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับการใช้กล้องวงจรปิด

บริษัท ลีโอ เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (“บริษัทฯ”) ได้ใช้กล้องวงจรปิดพร้อมกับระบบต่างๆ ในการเฝ้าดูแลพื้นที่ภายใน และพื้นที่ภายนอกบริเวณโดยรอบอาคารและสถานที่ (“พื้นที่”) ของบริษัทฯ เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน โดยบริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของ พนักงาน กรรมการ ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง ลูกค้า ผู้มาเยือน และบุคคลใด ๆ (รวม เรียกว่า “ท่าน”) ที่เข้ามาในพื้นที่ของบริษัทฯ ผ่านกล้องวงจรปิด โดยนโยบายฉบับนี้ได้อธิบายถึงวิธีการในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และการส่งหรือโอนย้ายข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) รวมถึง สิทธิต่าง ๆ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562


ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม


บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว เสียง และภาพทรัพย์สินของท่าน (เช่น ยานพาหนะ กระเป๋า โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค เป็นต้น) เมื่อท่านเข้าสู่พื้นที่ของบริษัทฯ ที่มีการเฝ้าดูแลผ่านกล้องวงจรปิด  (“ข้อมูลกล้องวงจรปิด”)

วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล


1.       บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอน และดำเนินการใด ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการบันทึก ถือครอง ปรับ เปลี่ยน แก้ไข ทำลาย ลบ กู้คืน ทำสำเนา ส่ง จัดเก็บ แยก ปรับปรุง หรือเพิ่มข้อมูลกล้องวงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิด ดังต่อไปนี้      

·           เพื่อควบคุมการเข้าพื้นที่ ตลอดจนเพื่อสังเกตการณ์ ป้องกัน ขัดขวาง (หากจำเป็น) และตรวจสอบการเข้าพื้นที่โดยมิได้รับอนุญาต เพื่อรักษาความปลอดภัยของท่านที่เข้ามาในพื้นที่ รวมทั้งทรัพย์สินของท่านที่ตั้งอยู่หรือเก็บไว้ในพื้นที่

·            เพื่อปกป้องชีวิต ร่างกาย ความปลอดภัยอนามัยส่วนบุคคล และ/หรือทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน

·            เพื่อปกป้อง/ป้องกันพื้นที่ของบริษัทฯ จากความเสียหาย ความขัดข้อง การทำลาย และอาชญากรรมอื่น ๆ

·            เพื่อสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการขัดขวาง ป้องกัน และตรวจจับอาชญากรรม รวมถึงการฟ้องร้องเมื่อเกิดอาชญากรรม

·            เพื่อสนับสนุนการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการทางวินัยหรือกระบวนการร้องทุกข์   ให้มีประสิทธิภาพ

·            เพื่อช่วยเหลือในการสืบสวนสอบสวนหรือการดำเนินการเกี่ยวกับการร้องเรียน และการแจ้งเบาะแส

·            เพื่อนำไปใช้ในการพิสูจน์หรือหักล้างในการดำเนินคดีทางแพ่ง ทางอาญา หรือการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีแรงงาน

·           เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินการทางกฎหมายใด ๆ ซึ่งรวมถึงการดำเนินการที่จำเป็นในกระบวนการทางกฎหมาย หรือการปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และ

·            เพื่อยืนยันตัวบุคคล และเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

2.       บริษัทฯ จะติดตั้งกล้องวงจรปิดที่จุดสำคัญในพื้นที่ของบริษัทฯ ยกเว้นบางพื้นที่ เช่น ห้องน้ำ หรือ ห้องอาบน้ำ เป็นต้น

3.       กล้องวงจรปิดของบริษัทฯ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ยกเว้นในกรณีที่อุปกรณ์หรือระบบเกิดความขัดข้อง และ/หรือต้องทำการซ่อมบำรุง

4.       บริษัทฯ จะติดตั้งป้ายตามความเหมาะสมในพื้นที่ที่มีการใช้งานกล้องวงจรปิด


การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

 

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวกับท่านไว้เป็นความลับ และจะไม่ทำการเปิดเผย เว้นแต่กรณีที่มีความจำเป็นเพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามที่ได้ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้  บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลกล้องวงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่าน หรือที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ ดังต่อไปนี้

1.       บริษัทในเครือ บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลกล้องวงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคล ภายในบริษัท และบริษัทในเครือเท่าที่จำเป็น เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎระเบียบของบริษัทฯ และในการทำตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ระบุไว้ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะรักษาความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึง การวางมาตรการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะพนักงานที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

2.       หน่วยงานรัฐ และ/หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลกล้องวงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของศาล หน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแล หน่วยงานราชการ และ/หรือองค์กรของรัฐ

3.       บุคคลภายนอก บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลกล้องวงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก ผู้ให้บริการ พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ และทรัพย์สินของท่าน

การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

 

1.       บริษัทฯ อาจเปิดเผย หรือโอนข้อมูลกล้องวงจรปิดไปยังผู้ให้บริการจากภายนอกที่อยู่นอกประเทศไทย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการปกป้องคุ้มครองสุขภาพ ความปลอดภัย และทรัพย์สินของท่าน การเปิดเผยหรือโอนข้อมูลดังกล่าวจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากท่านเท่านั้น เว้นแต่จะมีฐานทาง กฎหมายที่สำคัญอื่น ๆ (เช่น เพื่อปฏิบัติตามสัญญาระหว่างบริษัทฯ และบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน) ตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด

2.      ถ้าข้อมูลกล้องวงจรปิดถูกโอนไปยังประเทศปลายทางที่มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลไม่เพียงพอตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยกำหนด บริษัทฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่โอนไปยังบุคคลอื่นในประเทศดังกล่าว เพื่อให้ข้อมูลนั้นได้รับการคุ้มครองในระดับ เดียวกับที่บริษัทฯ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องวงจรปิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่บังคับใช้อยู่ในขณะนั้น

มาตรการรักษาความปลอดภัย

 

1.       บริษัทฯ จะจัดให้มีระบบเทคนิคและการบริหารจัดการมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันข้อมูล กล้องวงจรปิด และข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับท่านจากการถูกทำลาย การสูญหาย การเข้าถึง การใช้งาน  การเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผย โดยไม่ได้ตั้งใจ โดยผิดกฎหมาย หรือโดยไม่ได้รับอนุญาต

2.      บริษัทฯ จะทำการตรวจสอบและปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ เป็นครั้งคราวตามที่จำเป็น หรือเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ มีประสิทธิภาพ และเหมาะสม และเป็นไปตามข้อกำหนดขั้นต่ำทางกฎหมายตามที่กำหนดโดยหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูล


บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลกล้องวงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับท่านไว้ภายใน 30 วัน หรือตลอดระยะ เวลาที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายฉบับนี้ ซึ่งอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้น หากมีกฎหมายกำหนดไว้ เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว บริษัทฯ จะลบ ทำลาย หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้


สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล


ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ท่านอาจจะมีสิทธิในการดำเนินการดังต่อไปนี้

1.       สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล (Right to Access) ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของบริษัทฯ และขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน  รวมถึงขอให้บริษัทฯ เปิดเผยที่มาการได้รับ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2.       สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล (Right to Rectification) ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

3.       สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล (Right to Data Portability) ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทฯ ได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้ โดย อัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอน ข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิ ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ในรูปแบบดังกล่าวไปยัง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น โดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

4.       สิทธิขอคัดค้าน (Right to Object) ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็น ภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถ คาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผลหรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์

5.       สิทธิขอถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent) หากท่านได้ให้ความยินยอม บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดเวลา

6.       สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (Right to Erasure/Destruction) ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทฯ หมดความจำเป็นในการ เก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอม หรือใช้สิทธิ ขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

7.       สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล (Right to Restriction of Processing) ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วน บุคคลชั่วคราว ในกรณีที่บริษัทฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอคัดค้าน ของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทฯ หมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง แต่ท่านขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้แทน

8.       สิทธิร้องเรียน (Right to Lodge a Complaint) ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืน หรือ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว

 

บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับกล้องวงจรปิดได้ตลอดเวลา ตามที่เห็นสมควร โดยแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทั้งนี้บริษัทฯ จะแจ้งการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือปรับปรุง ดังกล่าวไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

 

รายละเอียดการติดต่อ

 

หากท่านมีข้อกังวลหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายนี้ หรือหากท่านต้องการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลกล้องวงจรปิดของท่าน โปรดติดต่อที่

บริษัท ลีโอ เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด

ที่อยู่:                    เลขที่ 27 ชั้นที่ 4 ซอยบางนา-ตราด 34 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260

โทรศัพท์:            02-746-9500 

เว็บไซต์:               https://www.lpsups.com

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

อีเมล:                   pdpa-lps@lpsups.com  

Image by rawpixel.com on Freepik                        

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้